หน้าแรก
วันสำคัญ
กระบี่กระบอง
มวยไทย

  คำว่า “วิสาขะ” มาจากคำศัพท์เต็ม ว่า “วิสาขปุรณมีบูชา” หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ คือวันเพ็ญ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน๖ ในทางจันทรคติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้และเสด็จดับขันธปรินิพพาน. เป็นวาระที่บรรจบในวันและเดือนเดียวกัน

 

วันประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ณ ลุมพินีสถาน เมื่อวันเพ็ญเดือน ๖ ตรงกับวันศุกร์ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปีจอ ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี เมื่อพระนางสิริมหามายา พระมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะ แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ ทรงพระครรภ์แก่จวนจะประสูติ พระนางได้รับพระบรมราชานุญาต จากพระสวามี ให้แปรพระราชฐานไปประทับ ณ กรุงเทวทหะ ซึ่งเป็นพระนครเดิมของพระนาง เพื่อประสูติในตระกูลของพระนางตามประเพณีนิยมในสมัยนั้น ขณะเสด็จแวะพักผ่อนพระอิริยาบถใต้ต้นสาละ ณ สวนลุมพินีวัน พระนางก็ได้ประสูติพระโอรส ณ ใต้ต้นสาละนั้น ครั้นพระกุมารประสูติได้ ๕ วัน ก็ได้รับการถวายพระนามว่า "สิทธัตถะ" ซึ่งต่อมาพระองค์ได้ออกบวช จนบรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ (ญาณอันประเสริฐสูงสุด) สำเร็จเป็นพระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้า จึงถือว่าวันนี้เป็นวันประสูติของพระพุทธเจ้า

 

วันตรัสรู้... ในที่สุด พระองค์ทรงเลือกหนทางที่เป็นกลาง ไม่หย่อน ไม่ตึงเกินไป เดินไปสู่หนทางแห่ง “อริยมรรค” จึงทรงค้นพบหลักความจริง ที่เป็น “กุญแจไขปริศนาความทุกข์ของมวลมนุษยโลก” ได้ตรัสรู้อริยสัจจ์ ๔ ทรงค้นพบด้วยโพธิญาณ ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าในที่สุด พระองค์ทรงเข้า "ฌาน" จนถึงเข้าสู่ปัญญาญาณ ...

ทรงบรรลุ " ษุพเพนิวาสานุสติญาณ " คือทรงระลึกชาติในอดีตทั้งของพระเองเองและผู้อื่น
ทรงบรรลุ " จุตูปปาตญาณ "คือทรงรู้แจ้งการจุติ (ดับ) และอุบัติ (เกิด) ของสรรพสัตว์ทั้งหลาย
ทรงบรรลุ " อาสวักขยญาณ " คือรู้ทรงแจ้งวิธีกำจัดกิเลส

ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในคืนวันเพ็ญเดือน ๖ ซึ่งขณะนั้น พระพุทธองค์มีพระชนมายุได้ ๓๕ พรรษา อริยสัจธรรมที่พระพุทธองค์ทรงค้นพบ คือ อริยสัจ ๔ หรือ ความจริงอันประเสริฐ ๔ ประการ ได้แก่
๑. ทุกข์ คือ ความลำบาก ความไม่สบายกายไม่สบายใจ
๒. สมุทัย คือ เหตุที่ทำให้เกิดทุกข์
๓. นิโรธ คือ ความดับทุกข์ และ
๔. มรรค คือ ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่งทุกข์
ทั้ง ๔ ข้อนี้ คือสัจธรรม เรียกว่า อริยสัจ เป็นสัจธรรมชั้นสูง ประเสริฐ
การทรงค้นพบสัจธรรมนี้ เสมือนทรงค้นพบดวงประทีป ที่ทำให้เกิดดวงตาเห็นธรรมแก่ เวเนไนยสัตว์ ที่ควรตรัสรู้และบรรลุธรรม เสมือนทรงเปิดโลกที่มืดมิด ให้สว่างไสวพร่างพราว ปุถุชนที่นัยน์ตาเต็มไปด้วยธุลี คือกิเลสตัณหา ต่างได้รับการชุบชำระล้างให้ตากระจ่าง ทรงเปิดเผย ทรงจำแนก ทรงแจกแจง ทรงทำให้เป็นสิ่งที่สัมผัสได้ ใช้ในชีวิตจริง ดังพุทธพจน์รับรองว่า “วิวะระติ วิภะชะติ อุตตานี กะโรติ” มิได้ทรงปิดบังอำพราง พุทธภาษิตทุกพยัญชนะบริสุทธิ์ บริบูรณ์ งดงามในเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุด ประดุจหงายภาชนะที่คว่ำ เปิดของที่ปิดไว้ บอกทางแก่คนหลงทาง ส่องประทีปในที่มืด เป็นวันประกาศวิมุติ หลุดพ้นจากการเป็นทาสของกิเลสตัณหา ประกาศชัยชนะเหนือกิเลสมารทั้งปวง เรียกว่า “ รู้แล้วช่วยให้หลุดพ้นจากความทุกข์ ”

 

 

“สิยา โข ปนานนฺท ตุมฺหากํ เอวมสฺส อตีตสตฺถุกํ ปาวจนํ นตฺถิ โน สตฺถาติ น โข ปเนตํ อานนฺท เอวํ ทฏฺฐพฺพํ โย โว อานนฺท มยา ธมฺโม จ วินโย จ เทสิโต ปญฺญตฺโต โส โว มมจฺจเยน สตฺถา”

“อานนท์พวกเธออาจจะพากันคิดว่าอีกไม่นาน พระธรรมวินัยจักมีศาสดาล่วงลับไปแล้ว พระศาสดาของเราก็จักไม่มีแล้ว อานนท์ พวกเธอ อย่าพึงเห็นอย่างนี้ อานนท์ ธรรมและวินัยอันใดที่เราได้แสดงไว้ และบัญญัติไว้แก่พวกเธอ ธรรมและวินัยนั้น จักเป็นศาสดา (แทน)ของพวกเธอ เมื่อเราล่วงลับไป”

เป็นพุทธดำรัสที่พระพุทธเจ้า ได้ตรัสกับพระอานนท์ก่อนจะเสด็จดับขันธปรินิพพานไม่นาน พระสุรเสียงนี้เสมือนยังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของพุทธบริษัทตราบเท่าปัจจุบัน แม้ว่าพระรูปกายของพระพุทธองค์จะสูญสลายไปตามธรรมชาติ แต่ ธรรมและวินัย หรือคำสั่งสอนทุกอย่างยังประจักษ์และคงอยู่ตลอดกัลปาวสาน

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราทั้งหลาย เสด็จปรินิพพาน ณ ร่มไม้รัง (ต้นสาละ) คู่ ในสาลวโนทยานของมัลลกษัตริย์ ใกล้เมืองกุสินารา เมื่อวันเพ็ญเดือน ๖ ก่อนพุทธศักราช ๑ ปี ถึงแม้จะเป็นการเสด็จไปตามคติธรรมดามนุษย์ แต่ก็เป็นประวัติศาสตร์การสูญเสียอุตตมบุคคลที่สำคัญที่มีคุณต่อโลกทั้ง ๓ เพราะทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ เป็นที่พึ่งของสัตว์โลกทุกหมู่เหล่า ไม่เลือกชนชั้นวรรณะ สกุล เป็นมนุษย์ เป็นพรหม เป็นเทวดา นาค ครุฑ คนธรรพ์ หรือแม้กระทั่งเป็นสัตว์นรก ต่างได้ลิ้มรสพระธรรม พ้นจากความทุกข์

พระพุทธองค์ทรงบำเพ็ญพุทธกิจแม้กระทั่งวินาทีสุดท้าย โดยทรงสร้างศาสนบุคคลฝากไว้ในพระพุทธศาสนา กล่าวคือทรงแสดงธรรมโปรดแก่ปริพาชกผู้หนึ่ง ชื่อสุภัททะ และได้ทรงประทานอุปสมบทให้เป็นพุทธสาวกองค์สุดท้าย

 


Copyright © 2006 krabikrabongbodin2.com All rights reserved. contact : info@krabikrabongbodin2.com